1. ใช้เทปเกินความจำเป็น
หลายโรงงานยังคงปิดกล่องด้วยแรงงานคน ทำให้การใช้เทปในแต่ละกล่องไม่สม่ำเสมอ บางกล่องใช้เทปยาวเกินความจำเป็น หรือปิดซ้ำหลายชั้นเพื่อความมั่นใจ ส่งผลให้สิ้นเปลืองวัสดุโดยไม่จำเป็น
การใช้ เครื่องปิดเทปกาวอัตโนมัติ จะช่วยควบคุมความยาวของเทปให้เหมาะสมกับขนาดกล่อง ทำให้ใช้เทปอย่างคุ้มค่า ลดต้นทุนวัสดุสิ้นเปลือง และช่วยให้การปิดกล่องมีมาตรฐานเดียวกันทุกใบ
2. รัดกล่องหลายรอบโดยไม่จำเป็น
การรัดกล่องมากเกินไป ไม่ได้หมายความว่าสินค้าจะปลอดภัยมากขึ้นเสมอไป แต่กลับทำให้สิ้นเปลืองสายรัดและเพิ่มเวลาในการแพ็คสินค้า
การเลือกใช้ เครื่องรัดกล่องอัตโนมัติ พร้อมตั้งค่าความตึงของสายรัดให้เหมาะสม จะช่วยให้การรัดกล่องมีประสิทธิภาพ แข็งแรง และลดการใช้วัสดุได้ในระยะยาว
3. ใช้แรงงานจำนวนมากในงานแพ็ค
หากกระบวนการแพ็คสินค้ายังต้องพึ่งพาแรงงานหลายคน อาจทำให้เกิดต้นทุนด้านค่าแรง ค่าล่วงเวลา (OT) และความล่าช้าในการผลิต โดยเฉพาะช่วงที่มีคำสั่งซื้อจำนวนมาก
การนำเครื่องจักรบรรจุภัณฑ์เข้ามาช่วยในขั้นตอนต่าง ๆ เช่น เครื่องปิดเทปกาว เครื่องรัดกล่อง หรือเครื่องพันพาเลท จะช่วยลดงานซ้ำ เพิ่มความรวดเร็ว และเปิดโอกาสให้พนักงานไปทำงานที่สร้างมูลค่าได้มากกว่า
4. แพ็คสินค้าไม่สม่ำเสมอ
เมื่อใช้แรงงานคนในการแพ็คสินค้า ความเรียบร้อยของบรรจุภัณฑ์อาจแตกต่างกันในแต่ละกล่อง ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งการปิดเทป ความแน่นของสายรัด หรือความเรียบร้อยของการห่อ
การใช้เครื่องจักรจะช่วยให้ทุกขั้นตอนเป็นมาตรฐานเดียวกัน ส่งผลให้บรรจุภัณฑ์ดูเป็นมืออาชีพ สร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ และช่วยลดข้อผิดพลาดในการจัดส่ง
5. สินค้าเสียหายระหว่างการขนส่ง
หากการแพ็คสินค้าไม่แน่นหนา หรือเลือกวิธีการบรรจุที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้สินค้าได้รับความเสียหายระหว่างการขนส่ง ส่งผลให้เกิดต้นทุนในการเคลมสินค้า การเปลี่ยนสินค้าใหม่ และกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้า
การเลือกใช้เครื่องจักรที่เหมาะสมกับประเภทสินค้า จะช่วยให้การปิดกล่อง การรัด และการห่อพาเลทมีความแข็งแรงมากขึ้น ลดโอกาสเกิดความเสียหาย และช่วยให้สินค้าถึงมือลูกค้าในสภาพที่สมบูรณ์

