เมื่อพูดถึงการเลือกเครื่องแพ็ก หลายคนอาจคิดว่าสินค้า 1 ประเภทก็ควรมีเครื่องแพ็กเพียง 1 รูปแบบที่เหมาะสมที่สุด แต่ในความเป็นจริงแล้ว สินค้าเดียวกันสามารถเลือกใช้เครื่องจักรได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับลักษณะของสินค้า รูปแบบบรรจุภัณฑ์ ปริมาณการผลิต พื้นที่ติดตั้ง และขั้นตอนการทำงานในไลน์ผลิต
ดังนั้น การเลือกเครื่องแพ็กจึงไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า “เครื่องรุ่นไหนดีที่สุด?” แต่ควรเริ่มจาก “ธุรกิจของเราต้องการแพ็กสินค้าแบบไหน?” เพราะรูปแบบที่เหมาะสมสำหรับแต่ละโรงงานอาจแตกต่างกัน
ซองสำเร็จรูป หรือซองขึ้นรูป เลือกแบบไหนดี?
รูปแบบแรกที่ควรพิจารณาคือชนิดของบรรจุภัณฑ์ หากธุรกิจต้องการใช้ถุงหรือซองที่ผลิตรูปทรงไว้แล้ว สามารถเลือกใช้ เครื่องบรรจุซองสำเร็จรูป (Pre-made Packaging Filling Machine) ซึ่งทำหน้าที่นำซองสำเร็จรูปเข้าสู่กระบวนการ เปิดซอง บรรจุสินค้า และปิดผนึกตามระบบของเครื่อง เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการนำเสนอรูปแบบซองเฉพาะ เช่น ซองตั้ง หรือซองที่มีซิป โดย TU PACK มีทั้งเครื่องบรรจุซองสำเร็จรูปแบบกึ่งอัตโนมัติและอัตโนมัติให้เลือกตามลักษณะงาน
ในขณะที่บางธุรกิจต้องการใช้ฟิล์มม้วนแล้วให้เครื่องขึ้นรูปเป็นซองในกระบวนการบรรจุ ก็สามารถเลือกเครื่องบรรจุแนวตั้งหรือแนวนอนที่ออกแบบมาสำหรับการขึ้นรูปซองจากฟิล์มได้ โดยเครื่องบรรจุแนวตั้งของ TU PACK สามารถรองรับสินค้าหลากหลายประเภท เช่น เมล็ด ผง ชิ้น และของเหลว พร้อมรูปแบบซีลหลายประเภท
บรรจุแบบแนวตั้ง หรือแนวนอน?
อีกหนึ่งทางเลือกสำคัญคือแนวตั้ง VS แนวนอน ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงทิศทางการทำงานของเครื่อง แต่เกี่ยวข้องกับลักษณะสินค้าและรูปแบบการแพ็กด้วย
เครื่องบรรจุแนวตั้งเหมาะกับงานที่ต้องการบรรจุสินค้าลงซองและสามารถรองรับสินค้าได้หลายประเภท ตั้งแต่สินค้าแบบเม็ด ผง ชิ้น ไปจนถึงของเหลว ขึ้นอยู่กับระบบบรรจุและอุปกรณ์ที่ใช้ ส่วนเครื่องบรรจุหรือห่อแนวนอน จะทำงานโดยลำเลียงสินค้าเข้าสู่เครื่อง จากนั้นขึ้นรูปฟิล์ม ซีล และตัดเป็นซองสำเร็จรูป เหมาะกับสินค้าที่ต้องการการจัดวางบนสายพานก่อนเข้าสู่กระบวนการห่อ เช่น ขนม เบเกอรี่ และสินค้าที่มีรูปทรงเฉพาะ
ดังนั้น หากกำลังมองหาเครื่องแพ็กสำหรับสินค้า 1 ประเภท การพิจารณาว่าสินค้าควรเข้าสู่เครื่องในลักษณะใด จะช่วยให้เลือกเทคโนโลยีได้เหมาะสมมากขึ้น
ซีลปากถุง หรือห่อด้วยฟิล์ม?
บางครั้งสิ่งที่ต้องการอาจไม่ใช่ “การบรรจุลงถุง” แต่เป็นการนำสินค้าที่จัดเตรียมไว้แล้วมาห่อด้วยฟิล์มเพื่อปกป้องสินค้าและสร้างรูปแบบแพ็กที่เหมาะกับการจำหน่ายหรือขนส่ง เครื่องห่อฟิล์มมีหลายรูปแบบ ทั้งเครื่องห่อฟิล์มหดแบบกึ่งอัตโนมัติ แบบอัตโนมัติ แบบห่อแพ็คหลายชิ้น และแบบห่อตัดฟิล์ม ซึ่งสามารถเลือกตามลักษณะสินค้าและรูปแบบการแพ็กที่ต้องการ
จุดสำคัญคือ ต้องแยกให้ออกว่าเราต้องการ “บรรจุสินค้า” หรือ “ห่อสินค้า” เพราะทั้ง 2 กระบวนการใช้เครื่องจักรและวิธีการทำงานที่แตกต่างกัน
แพ็กเดี่ยว หรือแพ็กหลายชิ้น?
สินค้าเดียวกันอาจมีรูปแบบการจำหน่ายหลายแบบ เช่น จำหน่ายเป็นชิ้นเดียว แพ็ก 2 ชิ้น หรือรวมเป็นแพ็กหลายชิ้นสำหรับขายเป็นชุด การเลือกเครื่องจึงควรพิจารณารูปแบบการขายควบคู่ไปกับรูปแบบสินค้า
หากต้องการแพ็กสินค้าทีละชิ้น เครื่องบรรจุหรือเครื่องห่อบางประเภทอาจตอบโจทย์ได้ แต่หากต้องการรวมหลายชิ้นเข้าด้วยกัน อาจต้องพิจารณาเครื่องห่อแนวนอน ระบบจัดเรียงสินค้า หรือเครื่องห่อฟิล์มหดที่เหมาะกับการทำแพ็กหลายชิ้น
การกำหนดรูปแบบแพ็กตั้งแต่ต้น จะช่วยให้สามารถวางระบบเครื่องจักรได้สอดคล้องกับกระบวนการผลิตและการจำหน่ายมากขึ้น

