ในกระบวนการผลิตของโรงงาน หนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพไม่ได้มีเพียงความเร็วของเครื่องจักร แต่ยังรวมถึงจำนวนขั้นตอนในการทำงาน การใช้แรงงาน ระยะเวลาในการผลิต และความต่อเนื่องของแต่ละกระบวนการ เพราะยิ่งมีขั้นตอนที่ต้องทำด้วยมือมากเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสเกิดความล่าช้าและความแตกต่างในการทำงานมากขึ้นเท่านั้น
การนำเครื่องจักรเข้ามาช่วยในจุดที่เหมาะสม จึงเป็นอีกแนวทางที่ช่วยให้โรงงานสามารถจัดกระบวนการทำงานให้เป็นระบบมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งไลน์ผลิตในครั้งเดียว แต่อาจเริ่มจากขั้นตอนที่ใช้แรงงานมาก ใช้เวลานาน หรือเป็นคอขวดของกระบวนการก่อน
แล้วเครื่องจักร 1 เครื่องสามารถช่วยลดขั้นตอนอะไรได้บ้าง?
1. ลดแรงงานในบางขั้นตอน
งานแพ็กกิ้งหลายขั้นตอนเป็นงานที่ต้องทำซ้ำ ๆ เช่น การบรรจุสินค้า การซีล การห่อ การติดฉลาก หรือการปิดกล่อง หากทุกขั้นตอนต้องใช้แรงงานคนทั้งหมด พนักงานอาจต้องใช้เวลาไปกับงานเดิมซ้ำ ๆ ตลอดทั้งวัน
การนำเครื่องจักรเข้ามาช่วยในขั้นตอนเหล่านี้ สามารถลดภาระงานที่ต้องทำด้วยมือในบางส่วน และช่วยให้พนักงานเปลี่ยนบทบาทไปดูแล ควบคุม หรือจัดการขั้นตอนอื่นที่ต้องใช้ทักษะมากขึ้น ทั้งนี้ การลดแรงงานจะขึ้นอยู่กับรูปแบบเครื่องจักรและกระบวนการผลิตของแต่ละโรงงาน
TU PACK มีเครื่องจักรหลายประเภทสำหรับงานบรรจุและแพ็ก เช่น เครื่องบรรจุซองสำเร็จรูป เครื่องบรรจุแนวตั้ง เครื่องห่อแนวนอน เครื่องปิดเทปกาว เครื่องติดฉลาก และเครื่องจักรสำหรับงานปลายไลน์ เพื่อให้สามารถเลือกใช้ตามขั้นตอนที่ต้องการปรับปรุงได้
2. ลดเวลาการผลิต
เมื่อเครื่องจักรเข้ามาช่วยจัดการงานที่ต้องทำซ้ำอย่างต่อเนื่อง กระบวนการบางอย่างสามารถดำเนินงานได้รวดเร็วและสม่ำเสมอขึ้น เช่น การบรรจุสินค้า การห่อ การซีล หรือการปิดกล่อง
ตัวอย่างเช่น เครื่องห่อแนวนอนสามารถทำงานตั้งแต่การลำเลียงสินค้าเข้าสู่สายพาน การขึ้นรูปฟิล์ม การซีล และการตัดออกมาเป็นซองสำเร็จรูปในกระบวนการเดียว ช่วยลดการต้องแยกทำแต่ละขั้นตอนด้วยแรงงานคน
อย่างไรก็ตาม ความเร็วในการผลิตจริงจะขึ้นอยู่กับรุ่นเครื่อง ลักษณะสินค้า ขนาดบรรจุภัณฑ์ และเงื่อนไขของไลน์ผลิต ดังนั้นการเลือกเครื่องจึงควรพิจารณาจากงานจริงมากกว่าดูเฉพาะตัวเลขความเร็วของเครื่อง
3. ลดขั้นตอนการแพ็ก
อีกหนึ่งข้อดีที่สำคัญคือการรวมหลายขั้นตอนเข้าด้วยกัน จากเดิมที่อาจต้องทำงานทีละขั้นตอน ก็สามารถใช้เครื่องจักรช่วยดำเนินงานต่อเนื่องภายในระบบเดียวได้
เช่น จากเดิมที่ต้องนำสินค้าไปจัดวาง บรรจุ ปิดผนึก และนำออกจากกระบวนการด้วยตัวเอง เครื่องจักรที่ออกแบบมาให้ทำงานต่อเนื่องสามารถช่วยเชื่อมขั้นตอนเหล่านี้เข้าด้วยกันได้มากขึ้น
TU PACK ยังมีบริการออกแบบเครื่องแพ็กและไลน์แพ็กอัตโนมัติ รวมถึงสามารถปรับระบบการผลิตให้เข้ากับเครื่องจักรที่มีอยู่เดิมของลูกค้าได้ เพื่อให้กระบวนการทำงานสอดคล้องกับสภาพหน้างานมากขึ้น
4. เพิ่มความต่อเนื่องของไลน์ผลิต
ปัญหาของหลายโรงงานไม่ได้อยู่ที่เครื่องจักรทำงานช้าเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากกระบวนการระหว่างจุดต่าง ๆ ที่ไม่ต่อเนื่อง เช่น ต้องหยุดรอการบรรจุ รอการซีล หรือรอการแพ็กในขั้นตอนถัดไป
การเลือกเครื่องจักรให้เหมาะกับกำลังการผลิตและจัดวางให้สัมพันธ์กับกระบวนการก่อนหน้าและหลังเครื่อง สามารถช่วยให้การทำงานของไลน์มีความต่อเนื่องมากขึ้น
โดย TU PACK มีทั้งเครื่องจักรสำหรับต้นไลน์และปลายไลน์ เช่น เครื่องบรรจุ เครื่องห่อ เครื่องซีล เครื่องติดฉลาก เครื่องปิดเทปกาว เครื่องรัดกล่อง และเครื่องพันพาเลท ทำให้สามารถพิจารณาการจัดระบบตามแต่ละขั้นตอนของการผลิตได้
5. ควบคุมคุณภาพได้ง่ายขึ้น
เมื่อกระบวนการบางส่วนถูกกำหนดด้วยระบบของเครื่องจักร รูปแบบการทำงานก็มีแนวโน้มที่จะสม่ำเสมอมากขึ้น เช่น ตำแหน่งการซีล การติดฉลาก การบรรจุ หรือการห่อสินค้า
สิ่งสำคัญคือเครื่องจักรไม่ได้หมายความว่าจะทำให้คุณภาพสมบูรณ์โดยอัตโนมัติ แต่ช่วยให้โรงงานสามารถกำหนดและควบคุมกระบวนการได้ง่ายขึ้น โดยต้องเลือกเครื่องให้เหมาะกับสินค้า บรรจุภัณฑ์ และมาตรฐานการผลิตของแต่ละธุรกิจ
นอกจากนี้ TU PACK ยังมีเครื่องจักรสำหรับตรวจเช็กคุณภาพ รวมถึงระบบที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับไลน์ผลิตได้ตามความต้องการของลูกค้า

